วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สุดยอดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยที่สุดในโลก

สุดยอดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยที่สุดในโลก
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ : ดอกไม้น้ำแข็ง

Ice Flowers เป็นอีก 1 ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่สร้างความตกตลึงให้แก่ผู้พบเห็น เนื่องจากมันจะเกิดขึ้นบนทะเลที่กลายเป็นน้ำแข็ง และเกิดมีเกร็ดน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นมาเป็น ช่อดอกไม้สีขาง กลีบบางผุดขึ้นมาเต็มพื้นน้ำแข็ง

สาเหตุ ของการเกิด ปรากฏการณ์ธรรมชาติดอกไม้น้ำแข็ง

   * ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดอกไม้น้ำแข็ง เป็นหนึ่งในรูปแบบของแผ่นน้ำแข็ง ที่เพึ่งก่อตัวขึ้นใหม่
   * เมื่อไอน้ำอิ่มตัว ( Saturated Water Vapors ) ที่แทรกตัวขึ้นมาตามรอยแตกของแผ่นน้ำแข็ง
   * เมื่อไอน้ำอิ่มตัว สัมผัสกับอากาศเย็นจัดด้านบนก็จะเริ่มก่อตัวเป็นเกร็ดน้ำแข็ง
   * ส่วนเกลือบนที่อยู่บนผิวของเกร็ดน้ำแข็งก็จะเกิดการตกผลึก เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบนผิวของเกร็ดน้ำแข็ง
   * ผลึกเกลือที่เกิดขึ้นจะเป็นเสมือนแกนให้ให้ไอน้ำอิ่มตัว ที่เหลือเกาะเป็นเกร็ดน้ำแข็งใหม่ขึ้นสลับไปมาจนซ้อนทับกันจนคล้าย กลีบดอกไม้
 ปรากฏการณ์ธรรมชาติ : ไอส์เซอร์เคิ้ล ( Ice Circle )









Ice Circle ไอส์เซอร์เคิ้ล เป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่พบเห็นได้ยาก และสมมุติฐานที่เป็นที่ยอมรับกันถึงสาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไอส์เซอร์เคิ้ล นี้เกิดจากการที่ ผิวน้ำเริ่มก่อตัวเป็น น้ำแข็งจากบริเวณกึ่งกลางของผิวน้ำ แล้วค่อยๆก่อตัวตามขอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และต้องประกอบกับแหล่งน้ำจะต้องไหลเอื่อยๆ เพื่อให้เกิด น้ำแข็ง สามารถก่อตัวบริเวณขอบ ขณะหมุนขยายตัวออกมาเรื่อยๆ จนไปชนกับขอบน้ำแข็งแผ่นอื่นๆ ไอส์เซอร์เคิ้ล บางแผ่นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 150 เมตร อาดจะพบอยู่เดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่มก็ได้

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ : เมฆจานบิน
Lenticular เป็นภาษาลาติน มีความหมายว่า รูปทรง เลนส์ (Lens - Shaped ) เมฆรูปทรงเลนส์ ( Lenticular cloud ) เป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แสนประหลาด และสวยงาม มันช่างดูคล้าย จานบิน ไม่มีผลิต และหากปรากฏการณ์ เมฆรูปทรงเลนส์ ก็ขึ้นในสมัยก่อน รูปภาพวัตถุบินลึกลับ ต่างที่มีการจารึกไว้ก็อาดเป็น ปรากฏการณ์นี้ก็เป็นไปได้
สาเหตุของการเกิด เมฆจานบิน
เมื่ออากาศชื้นอิ่มตัวพัดผ่านยอดเขาสูง หรือบริเวณภูเขา จะทำให้เกิดการไหลของกระแสอากาศชื้น แบบลูกคลื่นขนาดใหญ่ หลายระลอกขึ้น เมื่ออากาศชื้นถูกพัดไหลขึ้นสูงขึ้นเรื่อย ตามระลอกคลื่นอุณหภูมิจะค่อยลดลงเรื่อยจนถึงจุดที่ทำให้
อากาศชื้นเริ่มกลั่นตัว ทำให้เกิด ปรากฏการณ์ เมฆจานบิน เมื่อเมฆไหลลงมาต่ำเรื่อยๆอุณหภูมิจะสูงขึ้น เมฆจะค่อยๆระเหยกับไปอยู่ในสภาพของอากาศชื้นอีกครั้ง

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ : ทุ่งน้ำแข็ง นักบวชขาว ( Penitentes )
Penitentes เป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เกิดจากรูปแบบการก่อตัวของหิมะ ที่พบได้ในบริเวณที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ โดยมีรูปแบบเป็นแท่งสามเหลี่ยม เรียวยาวสูง ซึ่งสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์นี้ก็มีแสงอาทิตย์เป็นที่ทำให้เกิดรูปทรง ประหลาดนี้ โดย แสงอาทิตย์จะทำให้เกิด รอยบุ่มเป็นจุดๆ กระจายตัวไปทั่วทั้งพื้นหิมะ และรอยบุ่มนี้ก็จะมีแอ่งน้ำเล็กขังอยู่ และอ่างน้ำนี้เมื่อถูกแสงอาทิตย์ก็จะทำตัวคล้ายเลนส์ รวมแสงส่องลงไปลึกขึ้นๆ เรื่อยๆ จนเกิดเป็นทุ่งน้ำแข็ง นักบวชขาว อันเนื่องมาจากรูปทรงของ น้ำแข็ง นี้คล้ายกับหมวกของพวกนักบวชทรงแหลมสูงการค้นพบ ทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาวโดยทุ่งน้ำแข็ง นักบวชขาว นี้เป็นที่รู้จักของบุคคลภายนอกโดยจากงานเขียน ของดาวิน ในปี 1839 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 1835โดยเขาได้เดินทางจากเมือง Santiago de Chile ไปยังเมือง Argentinian city of Mendoza และระหว่างทางเขาก็ได้พบกับทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาว เข้า และเขาได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ ด้วยสมมุติฐานว่า เิกิดจากลมจากเทือกเขาเอนดีส ( Andes ) และต่อมาในปี 1954-1965 Lliboutry ที่ได้ทำการศึกษา ปรากฏการณ์นี้มีกุญแจสำคัญคือ ความแตกต่างของการระเหยตัวของหิมะ ซึ่งเกิดจากการที่ ที่น้ำเกิดการกลั่นตัว ภายใต้จุดเยือกแข็ง จึงทำให้น้ำมีความบริสุทธิ์มาก และน้ำที่บริสุทธิ์มากก็ต้องการพลังงานที่สูงกว่าในการละลายตัว ทำให้เกิดบริเวณที่น้ำแข็งไม่บริสุทธิ์ เกิดการระเหยตัวเป็นแอ่งน้ำ เล็กๆกระจายตัวไปทั่วพื้นน้ำแข็ง และละลายลึกลงเรื่อยๆ จนเกิดเป็นทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาวขึ้น
ที่มาhttp://www.dek-d.com/board/view/1559574/

ปรากฏการณ์ธรรมชาติน่าสนใจ

ปรากฏการณ์ธรรมชาติน่าสนใจ












 ปรากฎการณ์พายุฝุ่นยักษ์ ที่เมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เมื่อพายุฝุ่นขนาดมหึมาได้โถมตัวเข้ากลืนกินเมืองฟินิกซ์ทั้งเมืองให้จมอยู่ในฝุ่นผง โดยมีรายงานว่าก่อนที่พายุทรายนี้จะโถมซัดเข้ามาในเมือง มันก่อตัวขึ้นสูงถึง 3 กิโลเมตรเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการถูกพายุพัด แต่ก็ทำให้เมืองทั้งเมืองเป็นอัมพาตไปชั่วคราว เนื่องจากไฟฟ้าดับ ต้นไม้ล้มระเนระนาด และเกิดอุบัติเหตุจากปัญหาเรื่องทัศนวิสัยในบางพื้นที่ ขณะที่



 ปรากฏการณ์น้ำวนขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น หลังจากเกิดสึนามิในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ทั้งโลกต่างให้ความสนใจไปที่ความรุนแรงและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย น้อยคนจะได้รู้ว่า หลังจากเกิดสึนามิเพียงไม่กี่ชั่วโมง ได้เกิดปรากฏการณ์น้ำวนขนาดใหญ่ขึ้นในทะเลใกล้ท่าเรือโออาราอิ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของน้ำอย่างรวดเร็วทำปฏิกิริยากับชายฝั่งและพื้นทรายใต้ทะเลนั่นเอง










 ปรากฏการณ์หิมะตกหนักในทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บริเวณทะเลทรายในประเทศนามิเบียในทวีปแอฟริกาใต้ เป็นดินแดนทะเลทรายที่มีหิมะตกทุก 10 ปี ในฤดูหนาว แต่ด้วยความแปรปรวนของสภาพอากาศบนโลก ทำให้มันตกลงมาหลังฤดูร้อนเพียงไม่นาน เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เชี่ยวชาญและชาวเมืองมาก แถมหิมะยังตกต่อเนื่องตั้งแต่เช้ายันบ่าย อุณหภูมิต่ำลงมากที่สุดถึง -7 องศาเซลเซียส หนาวสั่นแบบไม่ทันตั้งตัวเลยล่ะ


ปรากฏการณ์ฟองโฟมพัดเข้าชายฝั่งอังกฤษ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตคลีฟลีย์ เมืองลังคาเชียร์ของอังกฤษ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เมื่อฟองโฟมมหาศาลจากทะเลได้พัดเข้าชายฝั่งทะเล ทำให้เห็นเป็นฟองโฟมคาปูชิโนอย่างที่เห็น ส่วนสาเหตุที่เกิดปรากฏการณ์นี้นั้น ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายว่า  มันเกิดจากโมเลกุลไขมันและโปรตีนของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล ทำปฏิกิริยากันจนกลายเป็นฟองโฟม ก่อนจะพัดเข้าสู่ชายฝั่ง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายก็ได้ออกมาอธิบายขัดแย้งกันว่า เกิดจากการเน่าเปื่ยของซากพืชซากสัตว์ในทะเล ทำปฎิกิริยากับสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น จนก่อให้เกิดเป็นโฟมเหล่านี้
ที่มาhttp://hilight.kapook.com/view/71682

สถานที่ มหัศจรรย์จากปรากฏการณ์ธรรมชาติ สุดจะบรรยาย

สถานที่ มหัศจรรย์จากปรากฏการณ์ธรรมชาติ สุดจะบรรยาย
Sailing Stones เป็น 1 ใน ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ยังคงเป็น ปริศนา ที่เกิดขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติเดท วัลลี่ย์ (Death Valley National Park) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ประเทศ สหรัฐอเมริกา ส่งที่พบก็คือ จะพบร่องรอยการเคลื่อนที่ของก้อนหิน ที่ทิ้งไว้บนดินเหนียวที่แห้งเป็นทางยาว โดยปรากฏการณ์ธรรมชาติ นี้จะเกิดขึ้นทุก 2 - 3 ปี ครั้ง และหินบางก้อนก็ใช้เวลากว่า 3 - 4 ปีในการเคลื่อนที่ปรากฏการณ์ ดินเดินได้ เกิดจากมนุษญ์ หรือ สัตว์ หรือไม่จาก ลักษณะรูปร่างของร่องรอยการไถลของหินนั้นบ่งบอกได้ว่าหินก้อนนั้นต้อง เคลื่อนที่ในช่วงที่พื้นของเรซแทรค พลาย่านั้นถูกปกคลุมด้วยดินเหนียวอ่อนนุ่ม ถ้าเป็นฝีมือของคนหรือสัตว์จะต้องมีร่องรอยของการเหยียบย่ำรบกวนชั้นดิน เหนียวด้วย แต่ในบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏหลักฐานร่องรอยจากคนหรือสัตว์ที่จะช่วยให้หิน เคลื่อนที่เลย มีเพียงร่องรอยการไถลของหินเท่านั้น

Lava สีคราม











ลาวา คือ หินหลอมเหลว ที่ถูกปลดปล่อย หรือเคลื่อนสู่ผิวโลก ซึ่งธรรมดามันก็จะมีสีแดง แต่ ธรรมชาติทำให้เราประหลาดใจได้เสมอกับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ลาวาสีคราม ภาพที่เห็นทั้งหมดในบทความนี้เป็นภาพจาก ภูเขาไฟ Kawah-Ijen ในประเทศอินโดนีเซีย ที่เกิดขึ้นในปี 2005 และ 2008 ปรากฏการณ์นี้จะสามารถเห็นได้เด่นชัดในคืนเดือนมืด ปรากฏการณ์ธรรมชาติ นี้เกิดจากกำมะถันที่หลอมละลาย จากความร้อน จะปลดปล่อยเปลวเพลิงสีฟ้าสดออกมา ยิ่งในสภาพที่มีออกซิเจนสูงจะยิ่ง เห็นเปลวเพลิงสีฟ้าได้เด่นชัดขึ้นลาวาสีคราม ที่ไหลลงมาตามลาดภูเขาไฟ Kawah-Ijen เห็นเป็นสีครามสวยงามเช่นนี้ แต่พวกมันมีอุณหภูมิ ไม่ต่ำกว่า 444.6 องศาเซลเซียส

 Volcanic Lightning













เป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ อันมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเกิด ภูเขาไฟระเบิด จะเกิด พายุสายฟ้า ขึ้นในเถ้าภูเขาไฟที่กำลังพวยพุ่งขึ้นเหนือ ภูเขาไฟ โดยนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถค้นพบสาเหตุ ของ ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning) โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งสมมุติฐานว่า ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง นั้นน่าจะคล้ายการเกิด พายุสายฟ้า ( Thunderstorms ) และในการสัมนาเกี่ยวกับสภาวะอากาศ TPOD เมื่อ 17 กันยายน 2004 เหล่านักวิทยาศาสตร์ ได้สัมนากันว่าปรากฏการณ์นี้ อาดเกิดจากการที่อนุภาคของเถ้าภูเขาไฟเกิดการพุ่งชนกัน ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ขึ้นในอนุภาคของเถ้าภูเขาไฟ และเป็นเหตุให้เกิดฟ้าผ่าขี้น ขณะเกิดภูเขาไฟระเบิด และเมื่อเร็วๆนี้ ก็มีสมมุติฐานใหม่ ว่าอาดเกิดจากที่เม็กม่า ได้ปลดปล่อยความชื้นออกมา ทำไม จึงเกิดปรากฏหการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง แค่บางครั้ง การระเบิดบางครั้งที่ปล่อยเถ้าภูเขาไฟจำนวนมาก แต่เกิดฟ้าผ่าเพียงเล็กน้อย หรือไม่เกิดฟ้าผ่าเลย แต่การระเบิดบางครั้งที่มีเถ้าภูเขาไฟน้อย แต่เกิดฟ้าผ่าจำนวนมาก หินภูเขาไฟที่พ่นออกมาสามารถอธิบายได้ว่าถ้าหินภูเขาไฟมีความต้านทานไฟฟ้า สูง จะมีโอกาศที่จะเกิด ปรากฎการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง มากขึ้น จึงอาดจะอธิบายได้จากอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน อย่างสายไฟไส้ทองแดง ( ทองแดงมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ ) สายไฟจะไม่เกิดความร้อนและ ประกายไฟขึ้น แต่ถ้ากระแสไฟฟ้าขนาดเท่ากันไรผ่าน ทังค์สแตน ( ไส้หลอดไฟ ) จะเห็นว่าไส้หลอดจะเกิดแสงสว่าง และความร้อนขึ้น

ทะเลสีฟ้าเรืองแสงยามค่ำคืน ที่ Vaadhoo










ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะในมัลดีฟส์ โดยเหตุที่เป็นสีเรืองแสงนั้น เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต ซึ่งจะมีสารเคมีที่ทำให้เกิดการเรืองแสง หรือ chemiluminescencee ปล่อยพลังงานของปฏิกิริยาเคมี คล้ายกับการเรืองแสงของหิ่งห้อย เมื่อสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลขนาดเล็กจำนวนมากทำปฎิกิริยากับออกซิเจน จึงเกิดเป็นภาพทะเลเรืองแสงที่สวยงาม มองเห็นยามค่ำคืนราวกับฉากหนึ่งในภาพยนตร์อวตาร
ที่มาhttp://hitech.sanook.com/1388833



วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ความหมายของคอมพิวเตอร์

1. ความหมายของคอมพิวเตอร์











รูป แสดงเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป
คอมพิวเตอร์ (Computer) หมายถึง อุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิกส์ ที่สามารถกำหนดชุดคำสั่ง (Programmed) เพื่อให้เกิดการรับข้อมูลจากส่วนนำเข้า (Input Unit) แล้วนำมาทำการประมวลผล (Processing) ให้เกิดเป็นสารสนเทศในส่วนแสดงผลลัพธ์ (Output Unit) ที่เกิดประโยชน์และเราเก็บสารสนเทศเหล่านี้ไว้ในส่วนสำรองข้อมูล (Secondary Storage) ที่เราสามารถนำกลับมาใช้หรือปรับแก้ได้ตามต้องการ

2. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กไปถีงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการทำงาน ซับซ้อนเพียงใดก็ตาม เมื่อเราพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่ามี องค์ประกอบเหมือนกัน คือ ส่วนนำเข้า (Input) ส่วนประมวลผล (Process) ส่วนแสดงผล (Output) และส่วนเก็บข้อมูล (Storage)

 ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่เราเรียกว่า พีซี ที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยจะเห็นได้ว่า พีซีมีส่วนของอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า ซึ่งจะนำข้อมูลเข้าไปสู่ส่วนการประมวลผล กลางที่อยู่ในเครื่อง (กล่องสี่เหลี่ยมด้านซ้ายของจอภาพที่เรียกว่า โปรเซสเซอร์ ลักษณะกล่องวางเป็นแนวตั้งเราเรียกว่า "ทาวเวอร์" (Tower) เพราะมีลักษณะเหมือนหอคอย นิยมตั้งไว้ที่พื้นเพื่อประหยัดเนื้อที่ทำงาน) โดยผ่านอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า เมาส์ คีย์บอร์ด หรือไมโครโฟนและแสดงผลในส่วนแสดงผลโดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า จอภาพหรือเครื่องพิมพ์และถ้ามีเสียงก็จะส่งออกทางลำโพงได้เช่นกันและถ้าต้องการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ ก็จะเก็บข้อมูลไว้ในส่วนสำรองข้อมูลโดยผ่านเครื่องอ่านและเขียนแผ่นดิสก์เก็ต ปัจจุบันที่นิยมใช้ จะเป็นแผ่นดิสก์เก็ต ที่มีขนาด 3 ? นิ้ว หรือเก็บไว้ในเครื่องอ่านหรือเขียนฮาร์ดดิสก์ ที่สามารถนำข้อมูลออกมาใช้ได้สะดวกและรวดเร็วกว่า นอกจากนี้เราอาจเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์ที่เรียกว่าเครื่องอ่านและเขียน CD-ROM ในลักษณะข้อมูลที่เป็นดิจิตอล
3. ความสามารถของคอมพิวเตอร์
1. ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์จะทำงานได้
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้
ในหน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่าง ๆ นั้น เป็นเพราะความสามารถสำคัญหลายประการด้วยกันคือ
ต้องมีข้อมูล และถ้าจะให้ดีและรวดเร็วก็ควรจะให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลเข้าไปทำงานได้โดยอัตโนมัติเสียด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็มนั้นสามารถอ่านบัตรเอทีเอ็มซึ่งบันทึกหมายเลขบัญชีของเจ้าของบัตร และรับข้อมูลว่า เจ้าของบัตรต้องการจะฝากหรือถอนเงินได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่
1.1 การใช้ดินสอฝนบนกระดาษคำตอบข้อสอบ แล้วนำไปเข้าเครื่องอ่าน เพื่อให้
คอมพิวเตอร์ตรวจข้อสอบและคิดคะแนนสอบได้โดยอัตโนมัติ
1.2 การใช้รหัสแท่งติดบนฉลากสินค้า แล้วใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งอ่านเพื่อส่งไป
ให้คอมพิวเตอร์ค้นว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด
2. ความสามารถในการเก็บข้อมูลเอาไว้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก ๆ คอมพิวเตอร์โดย
ทั่วไปอาจเก็บข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้ใช้งานได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น หนังสือโดยทั่วไปขนาด 200 หน้า อาจจะมีตัวหนังสือรวมกันทั้งหมดประมาณ 500,000 ตัว ซึ่งนับว่ามากแล้วและกว่าเราจะอ่านจบก็ต้องใช้เวลานานหลายวัน แต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปเวลานี้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เทียบเท่ากับตัวอักษรหลายล้านตัว หรือเท่ากับเก็บหนังสือไว้ในตัวได้หลายร้อยเล่ม การที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลได้มากมายมหาศาลนี้ ทำให้มีประโยชน์ในการเก็บบันทึกเรื่องราว ข้อความ สถิติ หรือภาพต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดแนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูล ซึ่งจะนำมาอธิบายในตอนต่อ ๆ ไป
ปัจจุบันมีงานที่เราต้องเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มากมายหลายอย่าง อาทิ เช่น
2.1 งานทะเบียนราษฎร์มีการเก็บข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
2.2 งานบริการหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งพนักงานโทรศัพท์หมายเลข 13 มีการเก็บชื่อ
ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าเลขหมายโทรศัพท์เอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อ เราสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใด พนักงานก็จะค้นหาหมายเลขโทรศัพท์นั้นให้
2.3 งานเวชระเบียนมีการเก็บรายละเอียดและประวัติของผู้ป่วยตามโรงพยาบาล
ต่าง ๆ เอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว
3. การค้นหาข้อมูล การเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ เอาไว้นั้น หากไม่มีระบบการเก็บที่ดีพอ ก็เหมือนกับการนำกระดาษเอกสารมากองสุมกัน เมื่อเราต้องการค้นหาเอกสารสักเรื่องหนึ่งก็จะเป็นการยากและเสียเวลามากที่จะรื้อกองเอกสารนั้นให้พบเรื่องที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คิดวิธีการและระบบต่าง ๆ ในการเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ให้ค้นหาเรื่องที่ต้องการออกมาได้โดยง่าย ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก หน่วยงานหลายแห่งได้เก็บข้อมูลเอาไว้มากมาย แต่ถ้าหากเก็บแล้วค้นคืนมาใช้ไม่ได้ ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร
ตัวอย่างการค้นหาข้อมูลที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมี อาทิ
3.1 การค้นหาว่านามสกุลที่ตั้งใหม่นั้นซ้ำกับของผู้ใดบ้างหรือไม่ จำเป็นจะต้องค้นและตรวจสอบกับนามสกุลของคนทั้งประเทศ
3.2 การค้นหาว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบบนแก้วน้ำในห้องที่เกิดอาชญากรรมนั้นตรง
กับลายนิ้วมือผู้ใดที่ได้บันทึกเก็บไว้หรือไม่
3.3 การค้นหาชื่อเจ้าของรถยนต์ที่ขับรถชนคนแล้วขับหนี แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ได้
จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์เอาไว้แล้วส่งมาให้
4. ความสามารถในการคำนวณได้อย่างรวดเร็ว เป็นความสามารถสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างมหาศาลในกิจการทั่วไปไม่เฉพาะแต่เพียงด้านที่เกี่ยวกับการคำนวณอย่างเช่น งานวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมเท่านั้น คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้มีความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วมาก แม้เครื่องขนาดเล็กก็ยังสามารถคำนวณได้รวดเร็ว ขนาดบวกเลขได้หลายล้านจำนวนต่อวินาที
ตัวอย่างประโยชน์จากความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็ว คือ
4.1 การวิเคราะห์ออกแบบอาคารสูงหลายสิบชั้น จำเป็นจะต้องแก้สมการหลายร้อยสมการซึ่งสุดวิสัยที่ผู้ใดจะคำนวณได้ในเวลาอันสั้น ถ้าหากให้วิศวกรโยธาคำนวณวิเคราะห์ อาคารสูงขนาด 50 ชั้น อาจจะต้องใช้เวลานานนับปี แต่ถ้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แล้วจะเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
4.2 การจัดทำภาพถ่ายดาวเทียมสำหรับพยากรณ์อากาศนั้น จำเป็นจะต้องทำการ
คำนวณเป็นปริมาณมากมายมหาศาล ถ้าหากไม่มีคอมพิวเตอร์ชนิดสมรรถนะสูงแล้วเราจะไม่สามารถนำสัญญาณภาพจากดาวเทียมมาแปลงเป็นภาพถ่ายได้เลย
4.3 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ทบวงมหาวิทยาลัยจัดสอบเป็นประจำทุกปีนั้น จะมี
นักเรียนมาสอบมากถึงหนึ่งแสนคน การคิดคะแนน การจัดจำแนก และเปรียบเทียบคะแนนตามสาขาวิชาที่นักเรียนสมัคร เพื่อให้ได้ชื่อผู้ที่สอบคัดเลือกได้นั้นจะต้องใช้เวลานานหลายเดือน ถ้าหากไม่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
5. ความสามารถในการสร้างภาพลายเส้น หรือภาพกราฟฟิก (Graphic) ทำให้เราอาจสร้างภาพกราฟแบบต่าง ๆ ทั้งกราฟแท่ง กราฟเส้น กราฟวงกลม หรือแม้แต่ภาพลายเส้น และภาพถ่ายได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแนวคิดด้านการ นำเสนอผลงาน” หรือ การบรรยายสรุป” ที่ใช้ภาพกราฟฟิกประกอบเพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการอ่าน หรือดูแต่เพียงตารางที่มีตัวเลขเต็มพรืด ความสามารถนี้ทำให้คอมพิวเตอร์เดินทางไเพื่อจัดพิมพ์รายงาน หรือเพื่อจัดทำเป็นแผ่นโปร่งใสประกอบการบรรยายสรุปได้
5.3 หน่วยงานอาจจัดทำระบบประวัติข้าราชการซึ่งบรรจุภาพถ่ายของเจ้าของ
ประวัติไว้ด้วย เมื่อค้นหาประวัติของผู้ใดก็จะได้ปถึงโต๊ะของผู้บริหารมากขึ้นเนื่องจากเพียงแค่ใช้นิ้วกดคำสั่งเท่านั้น ผู้บริหารก็สามารถเรียกค้นดูแนวโน้มของเรื่องต่าง ๆ ได้โดยง่าย เช่น
5.1 ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ อาจใช้คอมพิวเตอร์แสดงแนวโน้มของความต้องการ
บริการของประชาชนเป็นกราฟเส้นได้ ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดคะเนความสามารถของหน่วยงานได้ชัดเจนขึ้น
5.2 ผู้บริหารอาจสั่งให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลการใช้งบประมาณด้านต่าง ๆ ในรอบปี
งบประมาณมาจัดทำเป็นกราฟวงกลม เห็นภาพถ่ายของผู้นั้นพร้อมกันไปด้วย ทำให้การพิจารณาความดีความชอบง่ายขึ้น ไม่ผิดฝาผิดตัว
6. ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่น ๆ คอมพิวเตอร์นั้นทำงานได้
รวดเร็วกว่ามนุษย์ ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำไปใช้การทำงานที่ต้องอาศัยความรวดเร็วมาก ๆ เช่น ใช้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน หรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
6.1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงจักร
ไฟฟ้า
6.2 การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการส่งก๊าซธรรมชาติจากโรงงานแยกก๊าซที่ระยองเข้าสู่ท่อส่งก๊าซไปยังโรงจักรไฟฟ้าที่บางปะกง
สรุป
ความสามารถของคอมพิวเตอร์มีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษา ปัญญา
ประดิษฐ์และการใช้งานส่วนบุคคลจะมีการเจริญเติบโตมากกว่าทางด้านอื่นๆ คอมพิวเตอร์มีบทบาททุกหน่วยงานซึ่งต้องอาศัยการส่งข้อมูลข่าวสารและการเก็บข้อมูล สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว นอกจากนั้นยังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการออกแบบ การนำเสนอผลงาน การบันเทิง ฉะนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน


ที่มาhttp://www.oknation.net/blog/patumnafang/2012/08/27/entry-1





หน่วยแสดงผล

หน่วยแสดงผล  คือ  ส่วนที่แสดงข้อมูล เป็นตัวกลางของการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับคน  โดยรับข้อมูลที่ประมวลผลแล้ว จากนั้นจึงแสดงผลในรูปแบบต่าง ๆ โดยอาศัยอุปกรณ์แสดงผล  อาจแสดงให้เห็นให้ได้ยินเสียง หรือบางครั้ง ก็สามารถสัมผัสได้





















ที่มาhttp://www.thaigoodview.com/library/teachershow/lopburi/kanidta_v/computer/sec05p01.html

หน่วยความจำรอง

หน่วยความจำรอง

          หน่วยความจำรองหรือหน่วยเก็บข้อมูล (Storage) มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ไว้ และสามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกตามต้องการ บางครั้งเรียกว่า หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory) ประกอบด้วย

          1.  แผ่นบันทึก (floppy disk หรือ diskette) ไมโครคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีเครื่องขับแผ่นบันทึกอย่างน้อยหนึ่งตัว แผ่นบันทึกที่ใช้ในปัจจุบันมีขนาด 3.5 นิ้ว ตัวแผ่นบันทึกเป็นแผ่นบางฉาบผิวด้วยสารแม่เหล็กอยู่ในกรอบพลาสติกแข็ง เพื่อป้องกันการขีดข่วน  การเก็บข้อมูลจะทำโดยบันทึกลงไปที่ผิวของแผ่น ปกติใช้ได้ทั้งสองด้าน หัวอ่านของเครื่องขับจึงมีสองหัว แผ่นจะหมุนด้วยความเร็วคงที่ หัวอ่านวิ่งเข้าออกเพื่ออ่านข้อมูลในตำแหน่งที่อยู่ที่ต้องการ ผิวที่ใช้เก็บข้อมูลจะแบ่งเป็นวงเรียกว่า แทร็ก (track) แต่ละแทร็กจะแบ่งเป็นช่องเก็บข้อมูลเรียกว่า เซกเตอร์ (sector) แผ่นบันทึกขนาด 3.5 นิ้ว มีความจุ 1.44 เมกะไบต์ 
   2.  ฮาร์ดดิสก์ (harddisk) จะประกอบด้วยแผ่นบันทึกแบบแข็งที่เคลือบสารแม่เหล็กหลายแผ่นเรียงซ้อนกัน  หัวอ่านของเครื่องขับจะมีหลายหัว ในขณะที่แผ่นบันทึกแต่ละแผ่นหมุน หัวอ่านจะเคลื่อนที่เข้าออก
เพื่ออ่านข้อมูลที่เก็บบนพื้นผิวแผ่น การเก็บข้อมูลในแต่ละแผ่นจะเป็นวง เรียกแต่ละวงของทุกแผ่นว่าไซลินเดอร์  (cylinder)  แต่ละไซลินเดอร์จะแบ่งเป็นเซกเตอร์ แต่ละเซกเตอร์เก็บข้อมูลเป็นชุดๆ 
          ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีความจุสูงมาก ขนาดของฮาร์ดดิสก์มีความจุเป็นกิกะไบต์
เช่น ฮาร์ดดิสก์ความจุ 15 กิกะไบต์ การเขียนอ่านข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์จะกระทำเป็นเซกเตอร์
และเขียนอ่านได้เร็วมาก เวลาที่ใช้ในการวัดการเข้าถึงข้อมูลมีหน่วยเป็นมิลลิวินาที  

3.  เทปแม่เหล็ก (magnetic tape) เป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้กันมานานแล้ว  ลักษณะของเทปเป็นแถบสายพลาสติก
เคลือบด้วยสารแม่เหล็กเหมือนเทปบันทึกเสียง เทปแม่เหล็กใช้สำหรับเก็บข้อมูลจำนวนมาก  มีการจัดเก็บและเรียกค้นข้อมูลแบบเป็นลำดับ เพราะฉะนั้นการเข้าถึงก็จะเป็นแบบการเข้าถึงโดยลำดับ (sequential access) 
เช่น ถ้าต้องการหาข้อมูลที่อยู่ในลำดับที่ 5 บนเทป เราจะต้องอ่านข้อมูลลำดับต้นๆ ก่อนจนถึงข้อมูลที่เราต้องการ
ส่วนการประยุกต์นั้นเน้นสำหรับใช้สำรองข้อมูลเพื่อความมั่นใจ เช่น ถ้าฮาร์ดดิสก์เสียหาย  ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์อาจสูญหายได้ จึงจำเป็นต้องเก็บสำรองข้อมูลไว้   


  4.  แผ่นซีดี (Compact Disk : CD ) วิวัฒนาการของการใช้หน่วยความจำรองได้ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ ปัจจุบันได้มีการประดิษฐ์แผ่นซีดี
 ใช้ในการเก็บข้อมูลจำนวนมาก การเก็บข้อมูลบนแผ่นซีดีใช้หลักการทางแสง  แผ่นซีดีที่อ่านได้อย่างเดียว เรียกกันว่า
ซีดีรอม (CD- ROM) ข้อมูลที่บันทึกจะถูกบันทึกมาจากโรงงานผู้ผลิตเหมือนการบันทึกเพลงหรือภาพยนตร์
ข้อเด่นของแผ่นซีดีคือ ราคาถูก จุข้อมูลได้มาก สามารถเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมได้มากกว่า 750 เมกะไบต์ต่อแผ่น
 แผ่นซีดีมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตแผ่นซีดีได้ก้าวหน้าขึ้น
จนสามารถเขียนข้อมูลบนแผ่นซีดีได้เหมือนฮาร์ดดิสก์ เรียกว่า ออปติคัลดิสก์ (optical disk)  






ที่มาhttp://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/tech03/32/p3-5.html